คำเชิญสู่แดนสยาม
พระสังฆราชโทมินแห่งมิสซังลาว/หนองแสง เห็นความต้องการธรรมทูตในภาคอีสาน จึงติดต่อคณะพระมหาไถ่เพื่อขอพระสงฆ์มาช่วยงานแพร่ธรรม
เรื่องราวของบ้านเณรเล็กศรีราชาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์คณะพระมหาไถ่ในประเทศไทย และพันธกิจระดับสากลของคณะ C.Ss.R.
คณะพระมหาไถ่ก่อตั้งที่ประเทศอิตาลีโดยนักบุญอัลฟอนโซ มารีอา เด ลีกูโอรี เพื่อประกาศข่าวดีแก่ผู้ยากไร้และผู้ถูกทอดทิ้งมากที่สุด
คติพจน์ของคณะคือ Copiosa apud eum redemptio — พระองค์ทรงมีการไถ่อย่างอุดม
ธรรมทูตคณะพระมหาไถ่รุ่นแรกเดินทางถึงประเทศไทยในปี ค.ศ. 1948 เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนค่อย ๆ ขยายงานอภิบาลและการอบรมกระแสเรียกสู่พื้นที่ต่าง ๆ
บ้านเณรพระมารดานิจจานุเคราะห์อยู่ในพันธกิจของคณะพระมหาไถ่ ประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว C.Ss.R. ระดับสากล



จากคำเชิญธรรมทูต สู่การก่อรูปกระแสเรียกไทย และการตั้งบ้านเณรถาวรที่ศรีราชา — เรื่องราวนี้จึงไม่ใช่แค่ “อาคาร” แต่คือการเดินทางของผู้คน ความเชื่อ และการอบรมชีวิต
พระสังฆราชโทมินแห่งมิสซังลาว/หนองแสง เห็นความต้องการธรรมทูตในภาคอีสาน จึงติดต่อคณะพระมหาไถ่เพื่อขอพระสงฆ์มาช่วยงานแพร่ธรรม
วันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 ธรรมทูตคณะพระมหาไถ่ 4 องค์เดินทางถึงเกาะสีชัง ก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ และเริ่มพันธกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เยาวชนไทยหลายคนเริ่มสมัครเข้าเป็นเณรของคณะ แต่ยังไม่มีบ้านเณรของตนเอง จึงฝากเรียนที่โรงเรียนดาราสมุทรศรีราชา และโรงเรียนเซนต์โยเซฟท่าแร่
คุณพ่อมาร์ติน อธิการเณรคนแรก เช่าบ้านบริเวณชายหาดอำเภอศรีราชาเป็นบ้านเณรแบบหอพัก เณรไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาแบบเช้าไปเย็นกลับ
ด้วยความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทางคณะ มีการซื้อที่ดินบริเวณเชิงเขาฉลาก ศรีราชา เพื่อเตรียมสร้างบ้านเณรถาวรให้การอบรมมั่นคงยิ่งขึ้น
ต้นปีการศึกษา ค.ศ. 1963 เณรเล็กย้ายจากบ้านเช่าชายหาดมายังบ้านเณรถาวรบริเวณเชิงเขา แต่ยังคงไปเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชาตามเดิม
คณะปรับแนวทางให้ผู้จบจากบ้านเณรเล็กไปศึกษาปรัชญาและเทวศาสตร์ร่วมกับเณรของสังฆมณฑลต่าง ๆ ที่บ้านเณรใหญ่แสงธรรม แทนการส่งไปต่างประเทศเหมือนในอดีต
บ้านเณรพระมารดานิจจานุเคราะห์ ศรีราชา ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นของเยาวชนผู้สนใจชีวิตนักบวชคณะพระมหาไถ่ ผ่านการเรียน การภาวนา ชีวิตกลุ่ม และการค้นพบตนเอง